... เช้าวันนี้ความจริงผมต้องไปสัมนาวิชาการ เกี่ยวกับ กลุ่มเศรษฐกิจ GMS ( ไทย จีน ลาว พม่า ) ที่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แต่เนื่องจาก มันเป็นสัมนาวิชาการ ผมจึงต้องแต่งตัวเต็มยศไป ...
... คนที่ไม่ค่อยอยู่ในกฎเกณฑ์ของสังคมอย่างผม จะแต่งตัวหรูหราเต็มยศไปที่ไหนกับเขาซะเมื่อไหร่ ทำให้เช้าวันนี้ผมไปไม่ทัน เพราะว่า มัวแต่หาเนคไท ที่ผมวางไว้บนโต๊ะหนังสือเมื่อชาติที่แล้ว เอ๊ มันหายไปไหนว้า ...
... พอผมเจอ เนคไท ตกอยู่ใต้โต๊ะ พร้อมกับหยากไย่ ผมก็นึกถึงแฟนเก่าจริง ๆ เมื่อก่อนเธอกับผมอยู่ด้วยกันในบ้าน หลังนี้ ในห้องนี้ ของทุกอย่างจะเป็นระเบียบหมด ผมไม่ต้องมาควานหาทุกเช้าแบบนี้ ตอนนี้ผมกับเธอเลิกกันแล้ว รู้สึกว่า ชีวิตลูกผู้ชายคนเดียว มันช่างหนักหนาสาหัสจริง แต่ เราต้องสู้ชีวิต ( ตอนนี้ใครกิน เครื่องดื่มบำรุงกำลังอยู่ที่หน้าจอ ชนแก้วกันหน่อย ) ...
... ผมว่าการมีแฟน แล้วอยู่ด้วยกัน แบบอยู่ก่อนแต่ง ถ้ามองในแง่ของผู้ชายอย่างผม ผมว่ามันดีหลายอย่างนะ ...
... โดยธรรมชาติของผู้ชายแล้ว ทำอะไรไม่ค่อยเป็นระเบียบหรอกครับ เพราะฉะนั้น ห้องของพวกเราจะค่อนข้างรก โต๊ะ หนังสือจะเต็มไปด้วยหนังสือ ดินสอ ปากกา คัตเตอร์ เศษกระดาษ ฯลฯ กองกันรกไปหมด พวกเราบางคนตื่นเช้าจะไม่เก็บที่นอน บางคนก็ไม่ค่อยซักเสื้อผ้า อย่างบางที กางเกงตัวไหนใส่แล้วไม่เปื้อนก็ไม่ซัก เพราะเราถือว่า มันไม่เปื้อน ไม่ต้องซัก ไม่ต้องรีดใหม่ ช่วยชาติ ประหยัดพลังงาน ...
... ดังนั้น ธรรมชาติ จึงสร้างผู้หญิง มา เพื่อคู่กับพวกเราโดยแท้ ผู้หญิงเก่งกว่า พวกผู้ชายอย่างผม ในเรื่องดังกล่าวแทบทั้งสิ้น และ ยิ่งเก่งกว่าในเรื่องทำกับข้าว ( เพราะเราจะอ้างว่าเราขี้เกียจทำไม่ได้ ต้องยุ + ยอ ให้ได้ใจ จนทำให้กินบ่อย ๆ ) ...
... เวลาอยู่ด้วยกัน หรือที่เรียกกันว่าอยู่ก่อนแต่ง ที่อาจจะขัดในหลักการ และ ค่านิยม ของสังคมไทย ค่อนข้างมาก และ มองว่าผู้ชายได้เปรียบในเรื่องนี้ ฝ่ายเดียว ( ก็แหงสิ ผลประโยชน์ของเรานี่หว่า ) พวกหัวโบราณ ก็มักจะโจมตี ลักษณะ พฤติกรรมแบบนี้บ่อย ๆ ซึ่งผมว่า มันก็ถูกส่วนหนึ่งที่สังคม แบบเก่า ๆ ไม่ค่อยจะยอมรับกัน แต่ว่า ถ้ามองถึงเรื่อง การดำเนินชีวิตคู่แล้ว การอยู่ก่อนแต่ง เป็นตัวอย่างการดำเนินชีวิตคู่ที่ดี ( ถ้ายังไม่มีลูกด้วยกันนะ ) อย่างน้อย ถ้าต้องเลิกรากันไป ก็ไม่มีสถานะภาพหย่าร้างพ่วงท้าย และ ที่สำคัญ ที่สุดคือเรื่องของความรู้สึกของคน 2 คน ที่ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้ามันไปกันไม่ได้จริง ๆ เราก็สามารถหันหลังให้กันได้ ง่ายกว่าหลังจากที่แต่งงานกันไปแล้ว ผมคิดว่าหากทั้ง2คนใช้เวลาด้วยกัน มันก็น่าจะเข้าใจกันและกันมากขึ้น เป็นการศึกษา นิสัย และ ตัวตนที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้ามด้วย ผมคิดว่าไม่มีใครเฟคเป็นนายแสนดี กับนางสาวจริงใจ ได้วันละ 24 ชั่วโมงหรอก ถ้าเราอยู่ด้วยกัน ธาตุแท้มันจะเผยออกมา ...
... ในแง่ของความเป็นชาย ผมว่า พวกเราได้เปรียบนิดหน่อย( ถึงมาก ) ถ้ามองในแง่ของสังคมไทยเดิม ที่มองว่า ชายหญิงอยู่ด้วยกันแล้ว มันต้องมีการฟัน เกิดขึ้นแน่นอน อันนี้ผมอยากบอกว่า มันเป็นเรื่องในมุ้ง สังคมไม่ควรคุ้ยออกมาพูดในแง่นี้ ใครพูดถือว่าค่อนข้างแส่ เรื่องในมุ้งของคนอื่นน่ะครับ เราควรพูดเกี่ยวกับการดูแลตัวเองในมุ้งมากกว่า ประเด็นสำคัญที่ผมเคยกล่าวไว้แล้วว่า การอยู่ด้วยกัน มันทำให้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงลำบาก ส่วนมากก็เผยกันในเวลาอันสั้น ถ้าผู้ชายหวังฟันตั้งแต่แรก( หื่น ) ผู้หญิงก็เลิกได้ตั้งแต่แรกเลยล่ะครับ ส่วนการสมยอมเรื่องในมุ้ง นอกจากการข่มขืน ผมบอกได้เลยว่า สิทธิ และ การตัดสินใจอยู่ที่ฝ่ายหญิงทั้งหมด ว่าจะยอมหรือไม่ อย่าเอาผู้ชายเป็นบรรทัดฐานครับ และ ประเด็นที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้เลย คือ เซ็กส์ นั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ ไม่พูดไม่ได้ และ ต้องพูดให้ถูกต้องด้วย เด็กก็ควรรู้ เพื่อความปลอดภัยทางเพศของตัวเด็กเอง ...
... บางคนอาจเห็นการอยู่ด้วยกัน เป็นการเอาเปรียบผู้หญิง เหมือนการจ้างคนใช้ โดยจ่ายค่าตอบแทนด้วยความรัก พูดแบบนี้ผมไม่อยากเถียงเลย เพราะร้อยทั้งร้อย ผู้หญิงที่ไม่รักพวกผู้ชายอย่างเรา ๆ หล่อก็ไม่หล่อ ขี้เต่าก็เหม็น ขนรักแร้ ยาวรุงรัง ที่ไหนเลยจะมาจัดห้องให้ ทำกับข้าวให้กิน ให้นอนหนุนตัก หอมแก้มกันก่อนพวกผมจะออกไปทำงาน โดยไม่คิดค่าตอบแทนเลย จุดนี้ ทำให้พวกเรารักผู้หญิงของเรามาก ๆ ถึงแม้ว่า พวกผู้ชายอย่างเราจะทำอะไรในบ้านไม่ค่อยเป็น ( โดยธรรมชาติ ) แต่ธรรมชาติก็สร้างพวกเราให้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่ง นั่นคือ การปกป้องดูแล คนที่พวกเรารักครับ อาจฟังดูเหมือนโฆษณา ชวนเชื่อ แต่ไม่ว่าเวลาไหน ที่คุณผู้หญิงไม่สบายใจ คนที่คุณอยากระบายด้วยก็คือ คุณผู้ชายของคุณใช่ไหมล่ะครับ และถ้าคุณผู้หญิงตกอยู่ในอันตราย คุณผู้ชายของคุณผู้หญิงก็จะออกรับแทน ซึ่งผิดกับผู้ชาย ถ้าพวกเรามีอะไรคับข้องใจ และ เป็นเรื่องค่อนข้างซีเรียส เราจะไม่ค่อยระบายกับคุณผู้หญิงครับ เพราะเราไม่อยากให้คนที่เรารักต้องพลอยรับความทุกข์ของเราไปด้วย และ นอกจากนั้น มันทำให้เราดูเหมือนอ่อนแอ พวกเราซึ่งยึดถือในศักดิ์ศรี พอสมควร จะไม่ค่อย ระบายเรื่องอัดอั้นตันใจกับคู่รัก จนกว่า มันจะทนไม่ไหวจริง ๆ พวกเราอาจจะไปนอนหนุนตักสุดที่รักแล้วก็ระบายออกมาให้ฟังบ้างก็ได้ อันตราย ใดใดที่เกี่ยวกับตัวเรา จะไม่ให้คนที่เรารักได้ยุ่งเกี่ยว...
... โดยรวม แล้ว การอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ถ้าจะกล่าว ในแง่ของความรู้สึกแล้ว ผมว่ามันก็ดีอีกอย่างหนึ่งก็คือ การกลับมาที่บ้าน และ เจอคนที่คุณรัก อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ( ในกรณีที่พ่อแม่ คุณก็อยู่ในบ้านเดียวกันด้วยนะ ไม่ได้หมายถึงลูก ๆ อยู่ก่อนแต่งไม่ควรมีเด็กเด็ดขาด มีเมื่อไหร่ ควรแต่งเดี๋ยวนั้นเลย ) ผมว่ามันเป็นความรู้สึกที่ดีมากเลย ที่กลับบ้านมาเหนื่อย ๆ หรือ ค่อนข้างเครียด เมื่อเจอคนที่เรารักยิ้มให้ ที่ไหนเลย เราจะเครียดอยู่ได้ และ สิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้ผู้ชายเป็นแฟมิลี่แมนได้ ผมบอกได้อย่างเดียวว่า การใช้เวลากับคนรัก ( หรืออนาคตครอบครัวของเรา ) มาก ๆ ทำให้ครอบครัวต่อไปข้างหน้าแข็งแรง และ ไม่ค่อยมีปัญหา ผู้ชายอย่างเรา ๆ ส่วนมากจะง่วน และ เครียดกับงาน บางครั้งก็จะออกไปสังสรรค์ กับเพื่อน ๆ ดังนั้นอาจเป็นงานหินสำหรับคุณผู้หญิง ที่ต้องทำให้ผู้ชายอย่างเรา คิดว่า กลับบ้านไปหาแฟน หา เมีย ดีกว่าไปกินเหล้าให้ได้ ( ซึ่งความจริงกลับไปหาแฟน หา เมีย นี่แหละ ดีที่สุดแล้ว ) ...
... อาจดู เหมือน ผู้ชาย เป็นภาระ ให้กับผู้หญิง ต้องดูแลแทบทุกอย่าง แต่มันก็แค่บางครั้งเอง พวกเราผู้ชาย ถือว่าโชคดีมาก ที่เกิดมามีผู้หญิง และ โชคดีมาก ที่ผู้หญิงยอมอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน โดยไม่มีข้ออ้าง ไม่มีเรื่องเงิน เรื่องพันธะ เพราะเรายังไม่พร้อม ยังไม่ถึงเวลา เพราะการแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ คุณพ่อของคุณผู้หญิงคงไม่ต้องการให้ลูกสาวแต่งงานกับคนไม่เอาไหนใช่ไหมล่ะ พวกผู้ชายอย่างผม จะเป็นคนที่คุณพ่อของพวกคุณผู้หญิงยอมรับให้ได้ เพียงแค่ ขอให้คุณอยู่กับพวกผมเพื่อเป็นกำลังใจเท่านั้นเอง ...
edit @ 2005/09/17 18:44:47
ฟ้าว่าเฉยๆนะ..