ไฟเยอร์ ค็อกร็อช

... ( สังเกตกันมะ เวลาผมจะพิมพ์ต้องมี ... เสมอ หมายความว่า เวลาผมกด ... คือผมกำลังคิด หลังจาก ... ก็คือเนื้อหาที่ผมคิดว่า โอเค ละ ต่อจากนี้ กรูจะพิมพ์ลงไป ) ...
... บ่ายวันหนึ่ง ผมซึ่งกินข้าวเที่ยงจนอิ่มแปล้ หนังตากะลังจะปิด แต่ยังมีใจคิดจะอ่านหนังสือ วิชา Numeric ( ที่เพื่อนบอกว่าย๊ากยาก ผมล่ะ ไม่มีแก่ใจจะอ่าน แต่ด้วยภาระ และ หน้าที่ จะเอาสมองเปล่า ๆ ไปสอบ ก็น่าเกลียดเกินไป ) ไปหยิบชีส ที่ Xerox จากเพื่อนมาอ่าน มีแต่ตัวแปร x y dif integrate x0 y0 curve fitting bla ๆ ดูมั่ว ๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง ...
พลันก็มีสิ่งหนึ่ง บินหึ่งผ่านสายตาไป คาดคะเนเอาจากเสียงปีกฝ่าอากาศ คิดว่าคงเป็นแมลงที่ตัวใหญ่ใช่เล่น และ มันก็พาร่างอันดำทะมึนไปเกาะ ที่ฝาพนังของห้องสีขาว ราวกับ โมบิลสุท ของพระเอกการ์ตูน นามย่อว่า อ. ( ที่เป็นศัตรูกับ นาย ช. ที่มีฉายาว่า ดาวหางสีแดง ) เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว ...

โมบิลสุท สีขาวของนาย อ.

นาย ช. คู่ปรับ นาย อ.
... มันคือ พญาแมงสาป นั่นเอง ตัวใหญ่เมือก ๆ ผู้ใดได้เห็นแล้วต้องขนลุกและนิ่งสงบ ตกอยู่ในอำนาจสะกดของมัน เมื่อถูกมันจ้องด้วยตาสีขาวสะท้อนแสงของมัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขยับตัวก่อน นั่นหมายถึงการห้ำหั่นจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน ...
... ผมจ้องมันอย่างไม่ลดสายตา แล้วส่งจิตสังหารไปคุกคามและกดดันมันให้ มันมันอึดอัด เพราะไม่เช่นนั้น ผมเองจะเป็นฝ่ายถูกมันสังหารด้วยจิตสังหารที่แข็งกล้าโดยกำเนิดของมันเอง พลางมือของผมก็คว้าได้กระดาษปึกหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ มือได้ ผมจึงค่อย ๆ ม้วนแล้วส่งกระแสปราณลงไป เพื่อให้กระดาษทรงอานุภาพยิ่งขึ้น จนสามารถฟาดฟันให้สิ่งมีชีวิตเยี่ยงมันสามารถตายได้ในกระบวนท่าเดียว ...
... พลัน พญาแมลงสาปก็มิอาจทนทาน จิตสังหารที่ผมส่งออกไปได้ มันกระดิกหนวดคู่ที่ยาวเฟื้อยส่าย และ โบกไปมา เหมือนจะหาทางทำอะไรซักอย่างให้ได้ จากการผ่านการดวล และ ต้อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้ผมเดากระบวนท่ามันออกได้ไม่ยาก มันจะบินเข้าจู่โจม ผม ไม่เช่นนั้นก็หนีเอาตัวรอดเป็นแน่ แต่สำหรับศักดิ์ศรีของมันแล้ว มันคงเลือกที่จะตายอย่างสมเกียรติ์อย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะหนีเป็นแน่ ...
... พลันเมื่อมันสยายปีก ...
... การห้ำหั่นก็บังเกิด ...
... ความเร็วเพียงเสี้ยววินาทีที่ตัดสินชีวิต ไม่ผมก็มัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องสิ้นใจหลังจากนี้แน่นอน อาวุธในมือขวาของผมเคลื่อนไหวไปตามกระบวนท่าโดยแรง พร้อมส่งลมปราณ + จิตสังหาร ออกไปจนหมด ...
... พลั๊วะ ...
... กระบวนท่าม้วนกระดาษจิตสังหารของผมหยุดมันได้ในกระบวนท่าเดียว วิปครีม ( ของเหลวสีขาว ๆ ในท้องแมงสาปนั่นแหละ เรียกให้น่ากินเฉย ๆ เคี้ยก ๆ ) ของมันแตกทะลักออกมาจากท้อง หนวดของมันส่ายไปมาอย่างอ่อนแรง ...
... โอ๊ะ!!! ไม่นะ ม้วนกระดาษที่เป็นอาวุธของผมมันคือ ชีสที่ต้องอ่านไปสอบนั่นเอง ...
... และบัดนี้ มันเปื้อนวิปครีมของเจ้าแมงสาป ...
...อ๊ากกกกกกกกกซ์ หยะแหยงโว้ย ...

... ด้วยโกรธแค้น ผมจึงหยิบเอาแอลกอฮอล์ ที่เอาไว้ทำแผลที่วางอยู่บนโต๊ะมาราดมัน แล้วก็เอาไฟแช็ค ที่ผมเอาไว้จุดบุหรี่ มา ผมจุดบุหรี่ดุด 2 3ปู้ด ก่อนจะบี้บุหรี่ลงที่ตัวมันด้วยความโกรธแค้น ...
... ไฟลุกพรึ่บ ...
... ( ด้วยอานุภาพของ อ็อกเทน 105 สูงกว่า น้ำมันซะอีก ไฟลุกโคตรจะเร็ว ) ...
... ด้วยความทรมาน หรือ ด้วยแรงแค้น หรือ ทั้ง 2 อย่าง ทำให้แมลงสาปตัวเขื่องวิ่งจ้า ไปทั่วห้อง ไฟที่ลุกไหม้อยู่บนตัวมันลามไปติดทุกอย่างที่ติดไฟได้ในห้องผม และ สุดท้ายมันก็สยายปีกบินไปชนกับม้วนกระดาษทิชชู่ แล้วไฟก็ลุกพรึ่บแล้วก็ลามอย่างรวดเร็ว ...
... หลังจากนั้น มันก็หมดแรง และกลายเป็นตอตะโกไปในที่สุด ผมกลับมาเช็คร่างไร้วิญญาณของมันอีกครั้ง เพื่อจะให้แน่ใจว่า มันเด๊ดสะมอเร่แล้วจริง ๆ ...
... ผลจากการแปลงร่างเป็น ไฟเยอร์ ค็อกร็อช ของมันแล้ววิ่งไปทั่วเผาห้องผมครั้งนี้ ทำให้ผมเสียกระดาษทิชชู่ ไป 1 ม้วน กระดาษ A4 ดั๊บเบิ้ล A ที่กองอยู่บนพื้นแหว่งด้วยรอยไหม้นิดหน่อย แต่ที่สำคัญห้องผมเปิดแอร์ แล้วกลิ่นกระดาษ+แมลงสาปไหม้ คลุ้งไปทั่ว ...
....
เหมือนแมงสาบเกาะมอนิเตอร์จริงๆ ง่ะ